ซื้อที่ดินอย่างไรไม่ให้เจอน้ำท่วม เช็คผังเมือง ระดับถนน ก่อนจ่ายเงิน | Future Home
ก่อนซื้อที่ดินสร้างบ้าน เช็คให้ครบ 5 ขั้นตอน ทั้งผังเมือง ระดับถนน ประวัติน้ำท่วมจาก GISTDA ทางน้ำไหล และสัญญาณหน้างาน พร้อม Checklist ก่อนวางมัดจำ

เผยแพร่เมื่อ: 28/09/2026
ซื้อที่ดินอย่างไรไม่ให้เจอน้ำท่วม!
เช็คผังเมือง ระดับถนน และประวัติน้ำท่วม
ที่ดินแปลงสวยในวันแดดออก อาจกลายเป็นบ่อน้ำในเดือนกันยายน บทความนี้รวม 5 ขั้นตอน
เช็คความเสี่ยงน้ำท่วมก่อนซื้อที่ดิน พร้อมเครื่องมือของหน่วยงานรัฐที่ใช้ได้ฟรี และ Checklist
ที่ควรทำให้ครบก่อนวางเงินมัดจำ
ทำไมต้องเช็คน้ำท่วมก่อนซื้อที่ดิน
คนส่วนใหญ่ไปดูที่ดินในวันที่อากาศดี ถนนแห้ง และหญ้าเขียว ซึ่งเป็นช่วงที่ปัญหาน้ำท่วม
ไม่แสดงให้เห็นเลย กว่าจะรู้ว่าที่ดินอยู่ในแนวน้ำหลากหรือเป็นแอ่งรับน้ำจากถนน
ก็มักเป็นตอนที่โอนกรรมสิทธิ์และเริ่มสร้างบ้านไปแล้ว ความเสียหายจากการซื้อที่ดินผิดแปลง
ไม่ได้มีแค่ตอนน้ำท่วม แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกของการก่อสร้าง
💸 ต้นทุนก่อสร้างเพิ่ม
ต้องถมดินสูงขึ้น ทำกำแพงกันดิน รอให้ดินยุบตัว หรือเพิ่มความยาวเสาเข็ม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในราคาที่ดิน
🏚️ บ้านเสียหายซ้ำ ๆ
พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และระบบไฟฟ้าชั้นล่างเสียหายทุกครั้งที่น้ำเข้า รวมถึงปัญหาความชื้นและเชื้อราสะสม
📉 ขายต่อยาก
ทำเลที่ขึ้นชื่อว่าน้ำท่วมบ่อยมักขายต่อยาก ใช้เวลานาน และถูกกดราคาเมื่อต้องการเปลี่ยนมือ
หลักคิดสำคัญ
ไม่มีเครื่องมือไหนบอกความเสี่ยงได้ครบในตัวเดียว ข้อมูลดาวเทียมบอก "เคยท่วมไหม"
ผังเมืองบอก "รัฐวางพื้นที่นี้ไว้ทำอะไร" ระดับถนนบอก "น้ำจะไหลเข้าหรือไหลออก"
และคนในพื้นที่บอก "ท่วมลึกแค่ไหน นานกี่วัน" ต้องเช็คให้ครบทั้ง 5 ขั้นตอนแล้วดูภาพรวม
ขั้นที่ 1 เช็คประวัติน้ำท่วมย้อนหลังจากข้อมูลทางการ
ขั้นแรกควรทำก่อนลงพื้นที่ด้วยซ้ำ เพราะใช้เวลาไม่กี่นาทีและช่วยตัดแปลงที่เสี่ยงสูงออกได้ทันที
ปัจจุบันหน่วยงานรัฐเปิดข้อมูลน้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมให้ประชาชนดูได้ฟรี
🛰️ GISTDA: พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
เลือกเมนูพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ดูข้อมูลย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี 2554 เลือกดูได้ว่าพื้นที่นั้นท่วมซ้ำกี่ปี
และเปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมระหว่าง 2 ปีได้
disaster.gistda.or.th
🌧️ GISTDA: สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด
ดูพื้นที่น้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงปัจจุบัน เหมาะใช้เช็คในช่วงฤดูฝนว่าบริเวณที่ดิน
มีน้ำท่วมขังอยู่หรือไม่ มีแอปพลิเคชัน "เช็คน้ำ" ให้ดูบนมือถือด้วย
flood.gistda.or.th
📊 กรมพัฒนาที่ดิน: สถิติรายตำบล
สถิติพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากรายตำบล แบ่งเป็นท่วมน้อยกว่า 3 ครั้ง ท่วม 4-7 ครั้ง
และท่วม 8-10 ครั้งในรอบ 10 ปี ดาวน์โหลดเป็น PDF หรือ Excel ได้
lddcatalog.ldd.go.th
วิธีใช้ข้อมูลดาวเทียมให้ได้ผล
- หาพิกัดที่ดินให้แม่นก่อน ใช้เลขโฉนดค้นหาใน LandsMaps ของกรมที่ดิน (landsmaps.dol.go.th)
แล้วนำตำแหน่งไปเทียบกับแผนที่น้ำท่วม แทนการกะตำแหน่งจากชื่อถนน
- ดูความถี่ ไม่ใช่แค่ปีเดียว ที่ดินที่ท่วมเฉพาะปี 2554 ซึ่งเป็นมหาอุทกภัย
มีความเสี่ยงต่างจากที่ดินที่ท่วมซ้ำ 5-9 ปีมาก
- ซูมดูรอบแปลงในรัศมีกว้าง แม้แปลงที่ดินจะไม่ถูกระบายสี แต่ถ้าล้อมรอบด้วยพื้นที่ท่วมซ้ำ
ถนนเข้าออกก็อาจถูกตัดขาดได้
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ :
ข้อมูลดาวเทียมจับได้ดีกับน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่กว้างและนานพอที่ดาวเทียมจะถ่ายภาพได้
แต่อาจไม่ปรากฏน้ำท่วมฉับพลันที่มาเร็วลดเร็ว หรือน้ำขังเฉพาะจุดในซอย การที่แผนที่ไม่แสดงสี
จึงไม่ได้แปลว่าที่ดิน "ไม่เคยท่วม" ต้องยืนยันด้วยขั้นที่ 3-5 เสมอ
ขั้นที่ 2 เช็คผังเมืองและข้อกำหนดริมน้ำ
ผังเมืองรวมเป็นกฎหมายที่กำหนดว่าที่ดินแต่ละบริเวณใช้ทำอะไรได้บ้าง นอกจากบอกว่าสร้างบ้านได้หรือไม่
ผังเมืองยังเป็นเบาะแสสำคัญเรื่องน้ำ เพราะพื้นที่ที่รัฐกันไว้เป็นทางระบายน้ำหรือพื้นที่รับน้ำ
มักถูกกำหนดให้เป็นเขตชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งจำกัดการพัฒนา
เช็คผังเมืองได้ที่ไหน
ช่องทาง | ใช้ทำอะไร | หมายเหตุ |
Landuse Plan กรมโยธาธิการและผังเมือง plludds.dpt.go.th/landuse | ตรวจสอบประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวม และออกรายงานได้ | ใช้ได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ |
LandsMaps / SmartLands กรมที่ดิน landsmaps.dol.go.th | ค้นหาแปลงจากเลขโฉนด ดูรูปแปลง ราคาประเมิน และเปิดชั้นข้อมูลผังเมืองซ้อนกับแปลงที่ดิน | สะดวกที่สุดเพราะเห็นแปลงที่ดินกับสีผังเมืองในหน้าเดียว |
| สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด | ยืนยันผังเมืองฉบับที่มีผลบังคับใช้จริง และข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่ | ควรทำทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
|
| เทศบาล / อบต. ในพื้นที่ | สอบถามข้อบัญญัติท้องถิ่น แผนยกระดับถนน และโครงการระบายน้ำในอนาคต | เป็นหน่วยงานที่อนุญาตก่อสร้างโดยตรง
|
สิ่งที่ต้องดูในผังเมือง (มากกว่าแค่สี)
- ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน:
สร้างบ้านเดี่ยวได้หรือไม่ มีข้อจำกัดเรื่องขนาดแปลงหรือความสูงอาคารหรือเปล่า
- พื้นที่สีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว (ชนบทและเกษตรกรรม):
สร้างบ้านอยู่อาศัยได้แต่มีข้อจำกัด และในบางพื้นที่ถูกวางไว้เป็นพื้นที่รับน้ำหรือทางระบายน้ำ (ฟลัดเวย์)
เช่น กรณีพื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ ถ้าที่ดินอยู่ในสีนี้และติดคลองหรือแม่น้ำ ควรสอบถามให้ชัด
- แผนผังแสดงที่โล่งและแผนผังโครงการคมนาคม:
ดูว่ามีแนวคลองระบายน้ำ พื้นที่แก้มลิง หรือแนวถนนตัดใหม่ผ่านใกล้ที่ดินหรือไม่
เพราะถนนใหม่ที่ถมสูงอาจกลายเป็นคันกั้นน้ำที่ทำให้ที่ดินกลายเป็นแอ่ง
- ระยะถอยร่นจากแหล่งน้ำ :
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคาร ที่ดินติดทางน้ำสาธารณะต้องเว้นระยะ
อาคารห่างจากแนวเขตแหล่งน้ำ ได้แก่ ทางน้ำกว้างน้อยกว่า 10 เมตร เว้นไม่น้อยกว่า 3 เมตร
ทางน้ำกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป เว้นไม่น้อยกว่า 6 เมตร และแหล่งน้ำขนาดใหญ่
เช่น บึง ทะเลสาบ หรือทะเล เว้นไม่น้อยกว่า 12 เมตร ทำให้พื้นที่สร้างบ้านจริงน้อยกว่าที่เห็น
- ระวังผังเมืองหมดอายุหรือกำลังปรับปรุง :
ผังเมืองรวมในต่างจังหวัดหลายแห่งเคยมีช่วงที่หมดอายุหรืออยู่ระหว่างจัดทำฉบับใหม่
ข้อมูลบนเว็บไซต์จึงอาจไม่ใช่ฉบับที่มีผลบังคับใช้ ควรยืนยันกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทุกครั้ง
ขั้นที่ 3 เช็คระดับที่ดินเทียบกับถนน
นี่คือจุดที่คนซื้อที่ดินมองข้ามมากที่สุด แต่เป็นตัวชี้ขาดว่าน้ำฝนจะ ไหลออกจาก
ที่ดินหรือ ไหลเข้ามา ในที่ดิน หลักง่าย ๆ คือน้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำเสมอ ถ้าที่ดินต่ำกว่าถนน
น้ำจากผิวถนนและท่อระบายน้ำที่ล้นจะไหลลงที่ดินทุกครั้งที่ฝนตกหนัก
วิธีวัดระดับเบื้องต้นด้วยตัวเอง
- สายยางใส่น้ำ (หลักระดับน้ำ) :
ให้คนหนึ่งจับปลายสายยางที่ขอบถนน อีกคนจับปลายที่กลางแปลง เมื่อน้ำในสายยางนิ่ง
ระดับน้ำทั้งสองฝั่งจะเท่ากัน วัดระยะจากผิวดินขึ้นมาถึงระดับน้ำเพื่อหาส่วนต่าง
- เลเซอร์วัดระดับ :
แม่นยำและเร็วกว่า เหมาะกับที่ดินแปลงใหญ่
- จ้างช่างรังวัดหรือวิศวกรสำรวจ :
สำหรับที่ดินราคาสูงหรือแปลงใหญ่ การสำรวจระดับ (Level Survey) ทั้งแปลงช่วยให้คำนวณ
ปริมาณดินถมและงบประมาณได้แม่นยำ คุ้มค่ากว่าการเดา
อ่านผลอย่างไร
ระดับที่ดินเทียบถนน | ความหมาย | ความเสี่ยง |
สูงกว่าถนนตั้งแต่ 30-50 ซม. ขึ้นไป | น้ำไหลออกจากที่ดินได้ดี | ต่ำ |
ใกล้เคียงระดับถนน | ต้องถมเพิ่มก่อนสร้างบ้าน และวางระบบระบายน้ำให้ดี | ปานกลาง |
ต่ำกว่าถนน | เป็นแอ่งรับน้ำจากถนน ต้องถมดินมาก และอาจต้องทำกำแพงกันดิน | สูง |
กับดักที่ต้องระวัง :
ถนนจะถูกยกระดับในอนาคตหรือไม่ ที่ดินที่วันนี้สูงเท่าถนน อาจกลายเป็นที่ต่ำในอีกไม่กี่ปี
เมื่อท้องถิ่นหรือกรมทางหลวง ยกระดับถนนหรือเสริมผิวทางใหม่ ควรสอบถามเทศบาลหรือ
อบต. ว่ามีแผนปรับปรุงถนนเส้นนี้หรือไม่ และดูบ้านรอบข้างว่ามีหลังไหนที่เคยอยู่ระดับเดียวกับถนน
แต่ตอนนี้ต่ำกว่าถนนแล้ว
ประเมินงบถมดินก่อนต่อรองราคา :
โดยทั่วไปนิยมถมดินให้สูงกว่าถนนหน้าแปลงประมาณ 30-50 ซม.
และต้องสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดในพื้นที่ ค่าถมดินขึ้นอยู่กับขนาดแปลง
ความสูงที่ต้องถม และระยะทางขนดิน นอกจากนี้ดินถมใหม่ต้องใช้เวลาให้ยุบตัวก่อนก่อสร้าง
ทั้งหมดนี้ควรนำมาคิดเป็นต้นทุนรวมของที่ดิน ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อตารางวา
ขั้นที่ 4 ดูภูมิประเทศและทางน้ำไหล
นอกจากระดับเทียบถนนหน้าแปลง ต้องมองภาพกว้างขึ้นว่าที่ดินอยู่ตรงไหนของ "เส้นทางน้ำ"
ในพื้นที่ เพราะน้ำท่วมใหญ่มักมาจากน้ำหลากตามธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ฝนที่ตกลงบนแปลง
🌊 ที่ลุ่มริมแม่น้ำและคลอง
พื้นที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำสายหลักมักรับน้ำเมื่อระดับแม่น้ำสูงหรือมีการระบายน้ำจากเขื่อน
ควรดูว่าที่ดินอยู่ห่างจากตลิ่งเท่าไหร่ และมีคันกั้นน้ำหรือไม่
⛰️ ร่องน้ำเชิงเขา
ที่ดินที่อยู่ปลายเนินหรือในร่องระหว่างเขา แม้ไม่ติดแม่น้ำ ก็เสี่ยงน้ำป่าหรือน้ำท่วมฉับพลันเมื่อฝนตกหนักบนที่สูง
🗺️ ลำรางสาธารณะในระวาง
เปิดดูรูปแปลงใน LandsMaps ว่ามีลำรางหรือทางน้ำสาธารณะพาดผ่านหรือติดแปลงหรือไม่
ลำรางที่ถูกถมไปแล้วในปัจจุบันอาจยังเป็นทางน้ำตามธรรมชาติเมื่อฝนตกหนัก
✅ ที่ดอนและเนินธรรมชาติ
ที่ดินบนพื้นที่สูงกว่าบริเวณรอบข้างตามธรรมชาติ ไม่มีทางน้ำไหลผ่าน และมีทางระบายน้ำสาธารณะใกล้เคียง
เป็นลักษณะที่ปลอดภัยที่สุด
เบาะแสจากชื่อสถานที่
ชื่อหมู่บ้านหรือตำบลในไทยมักสะท้อนลักษณะพื้นที่ในอดีต เช่น คำว่า หนอง บึง บาง ลุ่ม ท่า หรือคลอง
มักบ่งบอกว่าเป็นพื้นที่ต่ำหรือพื้นที่ริมน้ำ ส่วนคำว่า ดอน โคก หรือเนิน มักเป็นพื้นที่สูงกว่า แม้ไม่ใช่กฎตายตัว
แต่ช่วยให้รู้ว่าควรเช็คขั้นตอนอื่นอย่างละเอียดเป็นพิเศษ
ขั้นที่ 5 สำรวจหน้างานและสอบถามคนในพื้นที่
ข้อมูลออนไลน์บอกได้ว่า "เคยท่วมไหม" แต่คนในพื้นที่บอกได้ว่า ท่วมลึกแค่ไหน นานกี่วัน
และถนนเข้าออกได้หรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดสำหรับการตัดสินใจ
สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกตหน้างาน
- คราบน้ำหรือเส้นระดับน้ำ บนกำแพงบ้านใกล้เคียง เสาไฟฟ้า ป้าย หรือโคนต้นไม้
- บ้านรอบข้างยกพื้นสูงผิดปกติ มีกำแพงกั้นน้ำหน้าประตู มีกระสอบทรายเก็บไว้ หรือมีปั๊มน้ำตั้งประจำ
- พืชที่ชอบน้ำ เช่น ผักตบชวา กก หรือหญ้าที่ขึ้นในที่ชื้นแฉะตลอดปี
- ดินอ่อน ยุบตัว หรือแตกระแหงเป็นแผ่น ซึ่งอาจเป็นดินที่เคยจมน้ำนาน
- ที่ดินเดิมเป็นนาข้าว บ่อปลา หรือบ่อดิน ซึ่งมักเป็นพื้นที่ต่ำและดินอ่อน ต้องถมมากและรอดินยุบตัวนาน
- ท่อระบายน้ำหน้าแปลงเล็กหรืออุดตัน และไม่มีรางระบายน้ำสาธารณะให้ต่อเชื่อม
คำถามที่ควรถามคนในพื้นที่
ถามได้จากเพื่อนบ้าน ร้านค้า วินมอเตอร์ไซค์ ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ อบต. และควรถามมากกว่า 1 คนเพื่อเทียบคำตอบ
- ปีที่น้ำท่วมหนักที่สุด น้ำขึ้นมาถึงระดับไหน (ให้ชี้เทียบกับเข่า เอว หรือกำแพงจริง)
- ท่วมบ่อยแค่ไหน ทุกปี นาน ๆ ครั้ง หรือเฉพาะปีที่ฝนหนักมาก
- น้ำขังนานกี่วันกว่าจะลด
- ตอนน้ำท่วม ถนนเข้าออกยังใช้ได้ไหม รถเล็กผ่านได้หรือไม่
- ที่ดินแปลงนี้เคยถูกถมหรือเคยเป็นอะไรมาก่อน
ไปดูอย่างน้อย 2 ครั้ง และต้องมี 1 ครั้งในฤดูฝน :
ช่วงที่ดีที่สุดคือหลังฝนตกหนักติดต่อกัน 1-2 วัน จะเห็นทันทีว่าน้ำขังตรงไหน ระบายเร็วแค่ไหน
และถนนทางเข้าเป็นอย่างไร การไปดูเฉพาะหน้าแล้งจะไม่เห็นปัญหาเหล่านี้เลย
ตารางประเมินระดับความเสี่ยงน้ำท่วมของที่ดิน
นำผลจากทั้ง 5 ขั้นตอนมาประเมินรวม เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรซื้อ ต่อรอง หรือถอยออกมา
ปัจจัย | เสี่ยงต่ำ | เสี่ยงปานกลาง | เสี่ยงสูง |
ประวัติน้ำท่วม (GISTDA) | ไม่พบน้ำท่วมในแปลง และรอบข้าง | ท่วมเฉพาะปีน้ำหลากรุนแรง | ท่วมซ้ำหลายปี |
ผังเมือง | เขตที่อยู่อาศัย ไม่ติดแนวระบายน้ำ | เขตชนบทและเกษตรกรรม ไม่ติดแหล่งน้ำ | อยู่ในแนวรับน้ำ หรือทางระบายน้ำ |
ระดับเทียบถนน | สูงกว่าถนน | เท่ากับถนน | ต่ำกว่าถนน |
ภูมิประเทศ | ที่ดอน ไม่มีทางน้ำผ่าน | ที่ราบ ห่างแหล่งน้ำ | ที่ลุ่มริมน้ำ ร่องน้ำเชิงเขา |
ข้อมูลคนในพื้นที่ | ไม่เคยท่วม หรือน้ำขังไม่กี่ชั่วโมง | ท่วมตื้น ลดภายใน 1-2 วัน | ท่วมลึก ขังนานหลายวัน ถนนตัดขาด |
*ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินเบื้องต้น หากมีปัจจัยใดอยู่ในช่อง "เสี่ยงสูง" ควรปรึกษาวิศวกรก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ถ้าที่ดินเคยน้ำท่วม ยังควรซื้อไหม
ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งทุกแปลงที่เคยท่วม เพราะหลายพื้นที่ในภาคกลางและภาคตะวันตก
เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่มาก่อน คำถามที่ถูกต้องคือ "ความเสี่ยงนี้จัดการได้ด้วยงบที่รับไหวหรือไม่"
✓ ยังพิจารณาได้ ถ้า...
- ท่วมเฉพาะปีน้ำหลากรุนแรง ไม่ได้ท่วมทุกปี
- น้ำท่วมตื้นและลดเร็ว
- ถมดินหรือยกพื้นบ้านแล้วพ้นระดับน้ำได้ในงบที่รับไหว
- ถนนเข้าออกยังใช้ได้ในช่วงน้ำท่วม
- ผู้ขายยอมลดราคาชดเชยค่าถมดินและงานป้องกันน้ำ
✕ ควรหลีกเลี่ยง ถ้า...
- ท่วมซ้ำเกือบทุกปี
- อยู่ในแนวทางน้ำไหลหรือพื้นที่รับน้ำตามผังเมือง
- ท่วมลึกและขังนานหลายวัน
- ถนนเข้าออกถูกตัดขาดทุกครั้งที่น้ำมา
- ต้นทุนถมดินรวมกับราคาที่ดินแพงกว่าซื้อแปลงที่ดอนในทำเลใกล้เคียง
หากตัดสินใจซื้อที่ดินที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง การออกแบบบ้านตั้งแต่แรกช่วยลดความเสียหายได้มาก
เช่น ยกระดับพื้นชั้นล่าง วางระบบระบายน้ำรอบบ้าน ติดตั้งวาล์วกันน้ำย้อน และวางปลั๊กไฟชั้นล่างให้สูงขึ้น
ข้อสังเกตสำหรับผู้ซื้อที่ดินใน 6 จังหวัดภาคตะวันตก
พื้นที่ให้บริการของ Future Home ครอบคลุมราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
และสมุทรสงคราม ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศหลากหลาย ตั้งแต่ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ที่ราบชายฝั่ง ไปจนถึงพื้นที่เชิงเขา
ความเสี่ยงน้ำท่วมจึงแตกต่างกันมากแม้อยู่ในอำเภอเดียวกัน
- ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำแม่กลอง (ราชบุรี กาญจนบุรีตอนล่าง สมุทรสงคราม) และ
ริมแม่น้ำท่าจีน (นครปฐม) ควรเช็คระยะห่างจากตลิ่ง แนวคันกั้นน้ำ และประวัติน้ำหลากอย่างละเอียด
พื้นที่ใกล้ชายฝั่ง (สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) ต้องพิจารณาทั้งน้ำฝน น้ำหลาก
และระดับน้ำทะเลหนุนในบางช่วงของปี
พื้นที่เชิงเขาและร่องน้ำ (กาญจนบุรี ราชบุรีฝั่งตะวันตก เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์)
เสี่ยงน้ำป่าหรือน้ำท่วมฉับพลัน แม้ไม่อยู่ริมแม่น้ำ
ที่นาและบ่อปลาเดิมที่ถูกขายเป็นที่ดินจัดสรรแบ่งขาย พบได้บ่อยในเขตชานเมืองที่กำลังขยายตัว
ควรเช็คระดับดินเดิมและระยะเวลาที่ถมมาแล้ว
ช่วงนี้คือเวลาที่ดีที่สุดในการเช็คที่ดิน :
ปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ หากกำลังดูที่ดินอยู่
ลองลงพื้นที่หลังฝนตกหนัก จะเห็นสภาพจริงของที่ดินชัดเจนกว่าช่วงไหนของปี
Checklist ก่อนวางมัดจำซื้อที่ดิน
บันทึกหรือพิมพ์รายการนี้ไว้ใช้ตอนดูที่ดิน ถ้าทำไม่ครบ ยังไม่ควรวางเงินมัดจำ
เช็คออนไลน์ (ก่อนลงพื้นที่)
- ค้นหาตำแหน่งแปลงที่ดินจากเลขโฉนดใน LandsMaps
- เช็คพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากใน GISTDA ทั้งตัวแปลงและรอบข้าง
- เช็คสถิติน้ำท่วมซ้ำซากรายตำบลของกรมพัฒนาที่ดิน
- เช็คสีผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
- ดูว่ามีลำรางหรือทางน้ำสาธารณะพาดผ่านหรือติดแปลงหรือไม่
เช็คหน้างาน
- วัดระดับที่ดินเทียบกับถนนหน้าแปลง
- สังเกตคราบน้ำบนกำแพง เสาไฟ และโคนต้นไม้ใกล้เคียง
- ดูบ้านรอบข้างว่ายกพื้นหรือมีอุปกรณ์กั้นน้ำหรือไม่
- เช็คท่อระบายน้ำหน้าแปลงและจุดที่จะระบายน้ำออก
- ไปดูซ้ำในฤดูฝน หรือหลังฝนตกหนัก
สอบถามและยืนยันข้อมูล
- ถามเพื่อนบ้านอย่างน้อย 2-3 คน เรื่องระดับน้ำ ความถี่ และระยะเวลาน้ำขัง
- ยืนยันผังเมืองฉบับที่มีผลบังคับใช้กับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
- สอบถามเทศบาลหรือ อบต. เรื่องแผนยกระดับถนนและโครงการระบายน้ำ
- ตรวจสอบโฉนด ภาระผูกพัน และแนวเขตที่สำนักงานที่ดิน
- ให้วิศวกรหรือผู้รับสร้างบ้านประเมินงบถมดินและฐานรากก่อนตกลงราคา
ใส่เงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขาย :
หากยังตรวจสอบบางข้อไม่เสร็จ สามารถเจรจาใส่เงื่อนไขในสัญญา เช่น ขอคืนเงินมัดจำได้
หากผลตรวจสอบผังเมืองหรือการรังวัดไม่ตรงกับที่ผู้ขายแจ้ง ทั้งนี้ควรปรึกษานักกฎหมายในการร่างสัญญา
ได้ที่ดินแล้ว หรือกำลังตัดสินใจซื้อ?
ให้ทีมวิศวกร Future Home ช่วยประเมินหน้างานก่อนสร้าง ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคตะวันตก
ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม
✔ วิศวกรและสถาปนิกควบคุมงานทุกขั้นตอน
✔ BOQ โปร่งใส แยกงานเตรียมพื้นที่ให้เห็นชัดทุกรายการ
✔ จ่ายตามงวดงาน 8 งวด ตรวจรับได้ทุกขั้น
✔ รับประกันโครงสร้าง 25 ปี
✔ ติดตามงานก่อสร้างออนไลน์ได้ แม้อยู่ต่างประเทศ
ให้เราช่วยวางแผนบ้านในฝันของคุณ
"เพราะบ้านคุณจะต้องสวยที่สุดในตำบล"
ปรึกษาเราได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย
📞 062-445-6919 ( คุณยุ้ย )
LINE: @futurehome
Facebook: รับสร้างบ้านราชบุรี Future Home
TikTok: @futurehome.rb
คำที่เกี่ยวข้อง:
ซื้อที่ดินไม่ให้เจอน้ำท่วม,เช็คพื้นที่น้ำท่วมก่อนซื้อที่ดิน, วิธีเช็คผังเมือง, เช็คสีผังเมือง, ที่ดินน้ำท่วมซ้ำซาก, GISTDA เช็คน้ำท่วม, ระดับที่ดินกับถนน, ถมดินก่อนสร้างบ้าน, LandsMaps, รับสร้างบ้านนครปฐม, รับสร้างบ้าน, สร้างบ้านงบ 3 ล้าน, สร้างบ้านงบ 5 ล้าน, รับสร้างบ้านราชบุรี, บริษัทรับสร้างบ้านราชบุรี, รับสร้างบ้านนครปฐม, รับสร้างบ้านกาญจนบุรี, รับสร้างบ้านเพชรบุรี, รับสร้างบ้านหัวหิน, บริษัทรับสร้างบ้านภาคตะวันตก, สร้างบ้าน 3 ล้าน, สร้างบ้าน 5 ล้าน, สร้างบ้าน 10 ล้าน, ข้อควรรู้ก่อนสร้างบ้าน, ตัดสินใจสร้างบ้าน, สร้างบ้านหรือซื้อบ้าน, ความพร้อมสร้างบ้าน, วางแผนสร้างบ้าน, สร้างบ้านเอง
