ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ใช้เงินเท่าไหร่? ค่าซ่อมทีละจุด + เงินเยียวยา ประกันภัยพิบัติ 2569 | Future Home
ค่าซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมทีละจุด ทั้งระบบไฟ ผนัง พื้น ประตู บิลท์อิน พร้อมตัวอย่างงบซ่อม วิธีเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และเงินเยียวยา 2569

เผยแพร่เมื่อ: 01/10/2026
ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ใช้เงินเท่าไหร่?
เจาะลึกค่าซ่อมทีละจุด
พร้อมเงินเยียวยาและประกันภัยพิบัติ 2569
น้ำลดแล้ว คำถามแรกของเจ้าของบ้านแทบทุกคนคือ "ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมต้องใช้เงินเท่าไหร่"
และ "มีเงินช่วยเหลือจากที่ไหนได้บ้าง" บทความนี้แยกค่าซ่อมให้ดูทีละส่วนของบ้าน
ยกตัวอย่างงบจริง 2 แบบ อธิบายสิทธิ์ที่เจ้าของบ้านควรได้ ทั้งเงินเยียวยาจากรัฐและ
ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่เริ่มคุ้มครองวันนี้ (1 ต.ค. 2569) และปิดท้ายด้วยเกณฑ์ตัดสินใจว่าบ้านหลังไหน
"ควรซ่อม" หลังไหน "ควรสร้างใหม่"
บทความนี้ต่างจากคู่มือรับมือน้ำท่วมอย่างไร
ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีเตรียมตัวก่อนน้ำมา การดูแลความปลอดภัยระหว่างน้ำท่วม
และขั้นตอนทำความสะอาดหลังน้ำลด อ่านได้ที่ คู่มือรับมือน้ำท่วมบ้านฉบับครบ
ส่วนบทความนี้เน้นเรื่อง เงิน ล้วน ๆ ว่าซ่อมอะไร เท่าไหร่ ใครช่วยจ่าย
ก่อนจ่ายเงินซ่อม : 4 สิ่งที่ต้องทำก่อน
ความผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินมากที่สุดหลังน้ำลด คือการรีบซ่อมก่อนเก็บหลักฐาน
และรีบทาสีปูพื้นใหม่ทั้งที่โครงสร้างยังชื้น ก่อนเรียกช่าง ให้ทำ 4 ข้อนี้ให้ครบ
ถ่ายรูปและวิดีโอทุกจุดก่อนเก็บกวาด
ถ่ายคราบระดับน้ำบนผนังพร้อมตลับเมตรวัดความสูง ถ่ายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ประตู
และพื้นที่เสียหาย เห็นป้ายบ้านเลขที่ในบางภาพด้วย หลักฐานชุดนี้ใช้ได้ทั้งกับประกัน
และการยื่นขอเงินช่วยเหลือ
แจ้งประกันและผู้นำชุมชนทันที
แจ้งบริษัทประกัน (ถ้ามี) และผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน หรือ อปท. ในพื้นที่ เพื่อให้บ้านของคุณอยู่ในรายชื่อผู้ประสบภัย
ให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดเบรกเกอร์
นี่คืองานเดียวที่ห้ามรอ เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต
ปล่อยให้บ้านแห้ง 2–4 สัปดาห์
เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้น งานทาสี ปูพื้น และติดตั้งบิลท์อินใหม่
ควรรอจนผนังแห้งจริง มิฉะนั้นสีจะพองและเชื้อราจะกลับมา ทำให้ต้องจ่ายซ้ำ
ประเมินความเสียหายตามระดับน้ำ
ปัจจัยที่กำหนดค่าซ่อมมี 3 อย่าง คือ ระดับน้ำ ระยะเวลาที่แช่ และ วัสดุของบ้าน ใช้ตารางนี้ประเมินคร่าว ๆ ว่าบ้านคุณอยู่ระดับไหน
ระดับน้ำในบ้าน | ส่วนที่มักเสียหาย | ระดับงานซ่อม |
ต่ำกว่า 30 ซม. | พื้นไม้/ลามิเนต ขอบประตู บัวเชิงผนัง ตู้ล่าง ปลั๊กที่ติดต่ำ | เบา — ซ่อมเฉพาะจุด
|
30–60 ซม. | ปลั๊กและสายไฟชั้นล่าง ผนังเบาช่วงล่าง ประตูทั้งบาน ตู้ครัว เฟอร์นิเจอร์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น | ปานกลาง — เปลี่ยนวัสดุหลายรายการ
|
60 ซม. – 1.2 ม. | ระบบไฟชั้นล่างทั้งหมด ตู้ไฟ ผนังเบาครึ่งห้อง บิลท์อินทั้งชุด ปั๊มน้ำ คอยล์ร้อนแอร์ | หนัก — รื้อและติดตั้งใหม่ทั้งชั้น |
น้ำนิ่ง vs น้ำไหลแรง
บ้านที่โดนน้ำป่าหรือกระแสน้ำไหลแรง แม้ระดับน้ำไม่สูง อาจเสียหายที่โครงสร้างและฐานราก
มากกว่าบ้านที่แช่น้ำนิ่ง ถ้ามีรอยร้าวใหม่ ประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท หรือพื้นยุบ ให้เรียกวิศวกรตรวจก่อนทำอย่างอื่น
ค่าซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม แยกทีละจุด
ราคาด้านล่างเป็น ช่วงราคาประมาณการ (รวมค่าแรงและวัสดุ) สำหรับงานซ่อมบ้านพักอาศัย
ในพื้นที่ภาคตะวันตก ปี 2569 ราคาจริงขึ้นกับสเปกวัสดุ ขนาดงาน และช่วงเวลา
หลังน้ำท่วมใหญ่ค่าแรงช่างมักสูงขึ้นเพราะงานล้น ใช้เป็นกรอบวางงบ ไม่ใช่ใบเสนอราคา
1) ระบบไฟฟ้า — ความสำคัญอันดับ 1
รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ | หมายเหตุ |
ตรวจวัดระบบไฟ (ค่าความเป็นฉนวน วงจรรั่ว) | 1,500 – 5,000 บาท | ทำก่อนเปิดเบรกเกอร์ทุกครั้ง |
เปลี่ยนเต้ารับ/สวิตช์ที่จมน้ำ | 300 – 800 บาท/จุด | ถือโอกาสย้ายขึ้นสูง 1.2 ม. ขึ้นไป |
เปลี่ยนตู้ควบคุมไฟ + เบรกเกอร์กันดูด (RCBO/RCD) | 4,000 – 12,000 บาท | ถ้าตู้อยู่ต่ำและจมน้ำ ควรเปลี่ยนทั้งตู้ |
เดินสายไฟชั้นล่างใหม่ทั้งชั้น | 30,000 – 80,000 บาท | เมื่อสายจมน้ำนานหรือฉนวนเสื่อม |
ถ้าต้องเดินสายใหม่อยู่แล้ว แนะนำให้ แยกวงจรชั้นล่างออกจากชั้นบน และยกตำแหน่งปลั๊ก
ครั้งหน้าน้ำมาจะตัดไฟเฉพาะชั้นล่างได้ อ่านหลักการวางระบบเพิ่มเติมที่ คู่มือวางระบบไฟฟ้าในบ้าน
2) ผนัง
ชนิดผนัง | อาการหลังแช่น้ำ | ค่าซ่อมโดยประมาณ |
ผนังก่ออิฐฉาบปูน | สีพอง ลอก คราบน้ำ เชื้อรา ตัวผนังมักไม่เสีย | ขูดสี รองพื้นกันชื้น ทาสีใหม่ 150 – 300 บาท/ตร.ม. |
ผนังเบา (ยิปซัมบอร์ด) ยุ่ย บวม ขึ้นรา ซ่อมไม่ได้ | ตัดเปลี่ยนช่วงล่าง (สูงจากระดับน้ำ 30–50 ซม.) | 450 – 900 บาท/ตร.ม. |
ผนังไม้ / ไม้อัด | บวม โก่ง ผุถ้าแช่นาน | ขัดทำสีใหม่ หรือเปลี่ยนแผ่น 600 – 1,500 บาท/ตร.ม. |
ตัดผนังเบาสูงกว่าคราบน้ำเสมอ
ยิปซัมดูดน้ำขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำจริง ช่างที่ดีจะตัดสูงกว่าคราบน้ำอย่างน้อย 30 ซม.
แล้วเปลี่ยนเป็นแผ่นทนชื้นหรือไฟเบอร์ซีเมนต์ ถ้าตัดพอดีคราบ เชื้อรามักกลับมาในไม่กี่เดือน
3) พื้น
ชนิดพื้น | ผลหลังน้ำท่วม | ค่าซ่อมโดยประมาณ |
กระเบื้องเซรามิก / แกรนิตโต้ | ทนน้ำ ส่วนใหญ่แค่ล้าง | ล้าง ยาแนวใหม่ 80 – 150 บาท/ตร.ม. / ซ่อมแผ่นที่ร่อน 500 – 1,000 บาท/ตร.ม. |
ไม้ลามิเนต | บวม แยกตัว ต้องรื้อ | รื้อ + ปู SPC ใหม่ 650 – 1,200 บาท/ตร.ม. |
ไม้ปาร์เกต์ / ไม้จริง | บวม โก่ง ขึ้นรา | รื้อเปลี่ยน 1,500 – 4,000+ บาท/ตร.ม. หรือเปลี่ยนเป็น SPC/กระเบื้องลายไม้ |
กระเบื้องยาง / ไวนิลแบบกาว | กาวหลุด ล่อน | ปูใหม่ 350 – 700 บาท/ตร.ม. |
ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่น้ำท่วมซ้ำ การเปลี่ยนจากไม้มาเป็นพื้นที่ทนน้ำจะคุ้มกว่าในระยะยาว
ดูข้อดีข้อเสียของ พื้น SPC ประกอบการตัดสินใจ
4) ประตู หน้าต่าง
รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
เปลี่ยนบานประตู HDF / ไม้อัด ที่บวม (พร้อมติดตั้ง) | 2,500 – 6,000 บาท/บาน |
เปลี่ยนวงกบไม้ที่ผุ | 2,000 – 5,000 บาท/ชุด |
เปลี่ยนเป็นประตู uPVC / อลูมิเนียม (ทนน้ำ) | 4,000 – 12,000 บาท/บาน |
ซ่อมรางบานเลื่อน ล้างตะกอน เปลี่ยนลูกล้อ | 500 – 1,500 บาท/บาน |
5) ตู้ครัว บิลท์อิน และเฟอร์นิเจอร์ติดตั้ง
ตู้ที่ทำจาก ปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ MDF เมื่อแช่น้ำจะบวมจนซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทั้งตู้
ค่าทำตู้ครัวล่างใหม่อยู่ที่ประมาณ 8,000 – 18,000 บาทต่อเมตร ตามวัสดุและอุปกรณ์
ถ้าทำใหม่ในบ้านที่เสี่ยงน้ำท่วม ให้พิจารณาตู้ครัวปูนหรือโครงอลูมิเนียม และยกขาตู้สูงจากพื้น
ดูวัสดุแต่ละชนิดได้ใน คู่มือวัสดุบิลท์อิน และ เคาน์เตอร์ครัวปูน
6) งานระบบอื่น ๆ ที่มักลืม
ปั๊มน้ำ
3,000 – 10,000
ซ่อมมอเตอร์ หรือเปลี่ยนใหม่ ถ้าตั้งอยู่ระดับพื้นควรยกฐานใหม่คอยล์ร้อนแอร์
2,000 – 8,000
ล้าง ตรวจบอร์ดและคอมเพรสเซอร์ ต่อเครื่อง แล้วยกขาตั้งให้สูงขึ้นถังบำบัด / บ่อเกรอะ
1,500 – 3,000
สูบตะกอนและล้าง เพราะน้ำท่วมทำให้ระบบเต็มและไหลย้อนกำจัดเชื้อรา
3,000 – 15,000
ฆ่าเชื้อผนัง ฝ้า และใต้ตู้ ตามขนาดพื้นที่ที่ขึ้นราตรวจ/อัดน้ำยาปลวก
3,000 – 12,000
ความชื้นหลังน้ำลดดึงดูดปลวก ควรตรวจภายใน 1–3 เดือนวิศวกรตรวจโครงสร้าง
3,000 – 10,000
จำเป็นเมื่อมีรอยร้าวใหม่ บ้านทรุด หรือโดนน้ำไหลแรง
ตัวอย่างงบซ่อม 2 แบบ
เพื่อให้เห็นภาพรวม ทีมงานจำลองงบซ่อมจากบ้าน 2 ลักษณะที่พบบ่อยในราชบุรี นครปฐม และกาญจนบุรี
กรณี A : บ้านชั้นเดียว 100 ตร.ม. น้ำท่วมสูง 50 ซม. นาน 2–3 วัน
รายการ | งบประมาณ (บาท) |
ทำความสะอาด ขนขยะ ฆ่าเชื้อ | 5,000 – 12,000 |
ตรวจระบบไฟ + เปลี่ยนปลั๊ก/สวิตช์ 15 จุด | 6,500 – 17,000 |
ทาสีผนังช่วงล่างใหม่ (ประมาณ 60 ตร.ม.) | 9,000 – 18,000 |
เปลี่ยนประตูภายใน 4 บาน | 10,000 – 24,000 |
เปลี่ยนตู้ครัวล่าง 2.5 เมตร | 20,000 – 45,000 |
ซ่อมปั๊มน้ำ + ล้างคอยล์ร้อนแอร์ 2 ชุด | 7,000 – 20,000 |
สูบถังบำบัด | 1,500 – 3,000 |
รวมโดยประมาณ | 59,000 – 139,000 |
กรณี B : บ้านสองชั้น 180 ตร.ม. น้ำท่วมสูง 1 เมตร นานเกิน 1 สัปดาห์
รายการ | งบประมาณ (บาท) |
ทำความสะอาด ขนขยะ ฆ่าเชื้อ กำจัดเชื้อรา | 15,000 – 35,000 |
เดินสายไฟชั้นล่างใหม่ + เปลี่ยนตู้ไฟ แยกวงจรชั้นล่าง | 40,000 – 90,000 |
ตัดเปลี่ยนผนังเบาช่วงล่าง (ประมาณ 40 ตร.ม.) | 18,000 – 36,000 |
ทาสีผนังก่ออิฐชั้นล่างทั้งหมด | 20,000 – 40,000 |
รื้อพื้นลามิเนต 60 ตร.ม. ปู SPC ใหม่ | 39,000 – 72,000 |
เปลี่ยนประตู 6 บาน + วงกบ 3 ชุด | 21,000 – 51,000 |
ตู้ครัวและบิลท์อินชั้นล่างใหม่ | 60,000 – 150,000 |
ปั๊มน้ำใหม่ + ซ่อมแอร์ 3 ชุด + สูบถังบำบัด | 15,000 – 40,000 |
วิศวกรตรวจโครงสร้าง + ตรวจปลวก | 6,000 – 22,000 |
รวมโดยประมาณ | 234,000 – 536,000 |
ข้อสังเกตจากตัวเลข
งบส่วนใหญ่ไม่ได้หมดไปกับ "โครงสร้าง" แต่หมดไปกับ วัสดุตกแต่งที่ไม่ทนน้ำ
ได้แก่ พื้นไม้ ผนังเบา ประตูไม้ และบิลท์อิน ถ้าเลือกวัสดุใหม่ให้ทนน้ำตั้งแต่รอบนี้
น้ำท่วมครั้งหน้าค่าซ่อมอาจเหลือแค่ค่าทำความสะอาด
แหล่งเงินช่วยเหลือ :
เยียวยารัฐ ประกันภัยพิบัติ ประกันบ้าน
ปี 2569 เป็นปีที่ระบบช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เจ้าของบ้านควรรู้ว่าตัวเองอาจมีสิทธิ์จากหลายแหล่ง
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
สูงสุด 100,000
เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 2569 รัฐซื้อประกันให้ราว 30 ล้านหลังคาเรือน กรณีน้ำท่วมจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท
และเพิ่มได้อีกสูงสุด 90,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569
9,000 / ครัวเรือน
สำหรับเหตุอุทกภัยช่วง 15 พ.ค. – 30 ก.ย. 2569 ตามมติ ครม. 25 ส.ค. 2569 จ่าย 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน
ยื่นผ่านแอปทางรัฐ หรือยื่นในพื้นที่
ประกันอัคคีภัยบ้าน (เอกชน)
มักไม่เกิน 20,000/ปี
แผนทั่วไปคุ้มครองภัยธรรมชาติรวมกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ถ้าซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่ม
จะได้วงเงินสูงกว่านี้ ตรวจกรมธรรม์ของคุณ
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ : สิ่งที่ต้องรู้
รัฐบาลใช้งบประมาณ 15,500 ล้านบาทซื้อกรมธรรม์คุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท
คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เฉพาะที่อยู่อาศัย (ไม่รวมรถยนต์) โดยตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
ระบบนี้จะเป็นกลไกหลักในการจ่ายเงินช่วยเหลือ และให้ ปภ. ประสานกับ คปภ. ในการอำนวยความสะดวกประชาชน
อย่าเพิ่งเข้าใจว่า "น้ำท่วมหน้าบ้าน = ได้ 10,000 บาท"
วงเงิน 10,000 บาทเป็นค่าสินไหม เบื้องต้น สำหรับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย
และจ่ายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ขณะนี้ยังมีประเด็นที่รอความชัดเจน เช่น ต้องมีการประกาศ
เขตประสบสาธารณภัย ก่อนหรือไม่ น้ำต้องเข้าถึงระดับใด และน้ำท่วมซ้ำหลายรอบนับเป็นกี่ครั้ง
ควรติดตามประกาศจาก ปภ. (สายด่วน 1784) และ คปภ. (สายด่วน 1186) ก่อนยื่น
ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากรัฐ
นอกจากเงินเยียวยาเป็นก้อน ในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา รัฐเคยจ่ายเงินค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
เพิ่มเติมตามระเบียบ เช่น กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ที่จ่ายค่าซ่อมแซมไม่เกินครัวเรือนละ 49,500 บาท
การจ่ายลักษณะนี้ขึ้นกับการประกาศพื้นที่และการสำรวจของคณะกรรมการระดับจังหวัด
จึงสำคัญมากที่บ้านของคุณต้องอยู่ในบัญชีผู้ประสบภัยตั้งแต่แรก
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
กรณี A (ค่าซ่อม 59,000–139,000 บาท) เงินช่วยเหลือรวมกันอาจครอบคลุมได้ส่วนใหญ่
แต่กรณี B (234,000–536,000 บาท) เงินช่วยเหลือทุกแหล่งรวมกันมักไม่พอ เจ้าของบ้านยังต้องควักเงินเองอีกมาก
นี่คือเหตุผลที่ การป้องกันตั้งแต่ตอนสร้างบ้าน ถึงคุ้มค่ากว่าการซ่อมทุกปี
ขั้นตอนเก็บหลักฐานและยื่นเคลม
เก็บหลักฐานภาพ — ภาพรวมบ้านจากภายนอก คราบระดับน้ำพร้อมตลับเมตร
ภาพทรัพย์สินเสียหายรายชิ้น ทั้งก่อนและหลังขนออก
รวบรวมเอกสาร — บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หน้าสมุดบัญชีหรือเลขพร้อมเพย์ที่ผูกบัตรประชาชน
กรมธรรม์ประกัน (ถ้ามี)
แจ้งความเสียหาย — แจ้งบริษัทประกันเอกชนโดยเร็ว และยื่นคำร้องกับ อปท./อำเภอ หรือผ่านแอปทางรัฐ
ตามช่องทางที่รัฐประกาศ
ขอใบประเมินจากช่าง — ใบเสนอราคาที่แยกรายการชัดเจน ช่วยให้การเคลมส่วนเพิ่มเติม
เกินวงเงินเบื้องต้นง่ายขึ้น
- เก็บใบเสร็จทุกใบ — ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าทำความสะอาด ค่าที่พักชั่วคราว บางกรมธรรม์เอกชนคุ้มครอง
ค่าเช่าที่พักระหว่างซ่อมด้วย
ซ่อมต่อ หรือ สร้างใหม่ ดีกว่า?
สำหรับบ้านที่ท่วมหนักหรือท่วมซ้ำทุกปี คำถามที่ควรถามไม่ใช่ "ซ่อมเท่าไหร่" แต่คือ "ซ่อมแล้วคุ้มไหม" ใช้เกณฑ์นี้ช่วยตัดสินใจ
| สถานการณ์ | ซ่อมต่อ | ควรพิจารณาสร้างใหม่ |
| ค่าซ่อมเทียบค่าสร้างใหม่ | ต่ำกว่า 30–40% | เกิน 50–60% |
| สภาพโครงสร้าง | ร้าวเฉพาะผนังฉาบ ร้าวแนวดิ่งเล็ก ๆ | ร้าวเฉียงที่เสาหรือคาน บ้านทรุดเอียง พื้นยุบ |
| ความถี่น้ำท่วม | นาน ๆ ครั้ง (5–10 ปี) | ท่วมซ้ำแทบทุกปี |
| ระดับพื้นบ้าน | สูงกว่าถนน | ต่ำกว่าถนนหลังถนนถูกถมยกระดับ |
| อายุบ้าน | ต่ำกว่า 20 ปี | เกิน 25–30 ปี และระบบไฟ ประปา ต้องรื้อใหม่อยู่แล้ว |
สัญญาณที่ไม่ควรซ่อมเอง
รอยร้าวเฉียง 45 องศาที่ผนังใกล้เสา รอยร้าวที่ใต้ท้องคาน เสาเอียง หรือประตูหลายบานปิดไม่ลงพร้อมกัน
เป็นสัญญาณฐานรากหรือโครงสร้างมีปัญหา ต้องให้วิศวกรโยธาประเมินก่อนตัดสินใจซ่อมหรือรื้อ
เคล็ดลับซ่อมให้คุ้ม ไม่ต้องจ่ายซ้ำปีหน้า
ซ่อมแบบ "อัปเกรด"
ทุกจุดที่ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว ให้เปลี่ยนเป็นวัสดุทนน้ำ เช่น SPC แทนลามิเนต ไฟเบอร์ซีเมนต์แทนยิปซัม
ประตู uPVC แทนไม้อัด ส่วนต่างราคาไม่มากแต่ประหยัดในระยะยาว
ยกงานระบบขึ้นสูง
ปลั๊กชั้นล่างสูง 1.2 ม. ขึ้นไป ตู้ไฟ ปั๊มน้ำ และคอยล์ร้อนแอร์ ตั้งบนฐานยกสูงเหนือระดับน้ำที่เคยท่วม
ขอใบเสนอราคาแบบแยกรายการ
ใบเสนอราคาที่แจกแจงวัสดุ ปริมาณ และค่าแรงชัดเจนแบบ BOQ ช่วยเทียบราคาช่างหลายเจ้า
และใช้ประกอบการเคลมประกันได้
ระวังช่างฉวยโอกาส
หลังน้ำท่วมใหญ่ มีช่างเร่ขอมัดจำสูงแล้วหาย ควรจ่ายเป็นงวดตามงานที่เสร็จ
และเลือกช่างที่มีที่อยู่และผลงานตรวจสอบได้
คำถามที่พบบ่อย
- ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมใช้เงินประมาณเท่าไหร่?
ขึ้นกับระดับน้ำ ระยะเวลาที่แช่ และวัสดุบ้าน บ้านชั้นเดียว 100 ตร.ม. ที่น้ำท่วมสูงราว 50 ซม. 2–3 วัน
มักใช้งบประมาณ 60,000–150,000 บาท ส่วนบ้านสองชั้นที่น้ำท่วมสูง 1 เมตรนานเกิน 1 สัปดาห์
อาจใช้ 250,000–500,000 บาทขึ้นไป ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการเบื้องต้น
ควรให้ช่างหรือวิศวกรสำรวจหน้างานก่อนเสมอ
- ประกันภัยพิบัติแห่งชาติจ่ายค่าบ้านน้ำท่วมเท่าไหร่?
ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 กรณีอุทกภัยจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น
10,000 บาท และจ่ายเพิ่มได้อีกสูงสุด 90,000 บาท รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรติดตามประกาศจาก ปภ. และ คปภ. เรื่องขั้นตอนการยื่น
- ควรเริ่มซ่อมบ้านทันทีหลังน้ำลดเลยไหม?
ไม่ควร ให้ถ่ายรูปและวิดีโอความเสียหายทุกจุดเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อน
แจ้งประกันและหน่วยงานท้องถิ่น ปล่อยให้ผนังและพื้นแห้งสนิท 2–4 สัปดาห์ แล้วจึงทาสีหรือปูพื้นใหม่
ยกเว้นงานความปลอดภัย เช่น ระบบไฟฟ้า ที่ควรให้ช่างตรวจก่อนเปิดใช้
- เมื่อไหร่ควรสร้างบ้านใหม่แทนการซ่อม?
ควรพิจารณาสร้างใหม่เมื่อค่าซ่อมเกินราว 50–60% ของค่าสร้างใหม่ โครงสร้างมีรอยร้าวเฉียงที่เสาหรือคาน
บ้านทรุดเอียง บ้านต่ำกว่าระดับถนนและท่วมซ้ำแทบทุกปี หรือบ้านอายุเกิน 25–30 ปีและระบบไฟ ประปา
ต้องรื้อใหม่อยู่แล้ว
- พื้นกระเบื้องที่โดนน้ำท่วมต้องรื้อไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง กระเบื้องเซรามิกและแกรนิตโต้ทนน้ำได้ดี ให้ล้างทำความสะอาดและเคาะตรวจ
หากมีเสียงกลวงหรือกระเบื้องโก่งร่อนจึงซ่อมเฉพาะจุด ต่างจากพื้นไม้ปาร์เกต์และลามิเนต
ที่มักบวมจนต้องรื้อเปลี่ยน
ให้ทีมวิศวกร Future Home ช่วยประเมินหน้างานก่อนสร้าง
ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคตะวันตก ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม
✔ วิศวกรและสถาปนิกควบคุมงานทุกขั้นตอน
✔ BOQ โปร่งใส แยกงานเตรียมพื้นที่ให้เห็นชัดทุกรายการ
✔ จ่ายตามงวดงาน 8 งวด ตรวจรับได้ทุกขั้น
✔ รับประกันโครงสร้าง 25 ปี
✔ ติดตามงานก่อสร้างออนไลน์ได้ แม้อยู่ต่างประเทศ
ให้เราช่วยวางแผนบ้านในฝันของคุณ
"เพราะบ้านคุณจะต้องสวยที่สุดในตำบล"
ปรึกษาเราได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย
📞 062-445-6919 ( คุณยุ้ย )
LINE: @futurehome
Facebook: รับสร้างบ้านราชบุรี Future Home
TikTok: @futurehome.rb
คำที่เกี่ยวข้อง:
ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม, ค่าซ่อมบ้านน้ำท่วม, ซ่อมบ้านน้ำท่วมราคา, ประเมินความเสียหายบ้านน้ำท่วม, ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ, เคลมประกันบ้านน้ำท่วม, เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569, ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย, ซ่อมระบบไฟหลังน้ำท่วม, เปลี่ยนพื้นหลังน้ำท่วม, ผนังเบาโดนน้ำท่วม, ประตูบวมน้ำ, บ้านน้ำท่วมซ่อมหรือสร้างใหม่, ซ่อมบ้านน้ำท่วมราชบุรี, ซ่อมบ้านน้ำท่วมนครปฐม,รับสร้างบ้านนครปฐม, รับสร้างบ้าน, สร้างบ้านงบ 3 ล้าน, สร้างบ้านงบ 5 ล้าน, รับสร้างบ้านราชบุรี, บริษัทรับสร้างบ้านราชบุรี, รับสร้างบ้านนครปฐม, รับสร้างบ้านกาญจนบุรี, รับสร้างบ้านเพชรบุรี, รับสร้างบ้านหัวหิน, บริษัทรับสร้างบ้านภาคตะวันตก, สร้างบ้าน 3 ล้าน, สร้างบ้าน 5 ล้าน, สร้างบ้าน 10 ล้าน, ข้อควรรู้ก่อนสร้างบ้าน, ตัดสินใจสร้างบ้าน, สร้างบ้านหรือซื้อบ้าน, ความพร้อมสร้างบ้าน, วางแผนสร้างบ้าน, สร้างบ้านเอง
